เปิดแล้ว !! ศูนย์แลกเปลี่ยนการศึกษาและเทคโนโลยีไทย-จีน ส.อ.ท.
สถาบันปัญญาอัจฉริยะแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ มทร.พระนคร ผนึกจีนเปิดตัว ‘ศูนย์แลกเปลี่ยนการศึกษาและเทคโนโลยีไทย-จีน’ รุกเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน AI จัดสัมมนานานาชาติหัวข้อ “นวัตกรรมการศึกษาอัจฉริยะด้วยภูมิปัญญาประดิษฐ์” พร้อมเดินหน้าต่อยอดเร่งเปิดหลักสูตรเจาะกลุ่มผู้สนใจทั้งระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย
ไฮไลต์ของงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ผู้ก่อตั้งและประธานคณะกรรมการอำนวยการ สถาบันปัญญาอัจฉริยะแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ประพัฒน์พงศ์ เสนานิตย์, ดร. ดิเรก พรสีมา อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ,รองศาสตราจารย์ดร.พีรพงศ์ ทิพนา คและนายอนันต์ ถาวรรณา ประธานมูลนิธิลุประสงค์ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในฐานะประธานกรรมการหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์เพรสเดลิมิเร่อร์ร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสสำคัญนี้้
ฝ่ายจีนนำโดย นายกัง วู (Mr. Gang Wu) ผู้อำนวยการบริษัท เซินเจิ้น อีเหลียน เทคโนโลยี จำกัด และ ดร. โจว ชิง (Dr. Zhou Qing) ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนการศึกษาเทคโนโลยีไทย-จีน จาก Shanghai Art and Design Academy และ Yuguang Tongchen Technology ซึ่งทำหน้าที่กล่าวรายงานในงาน นอกจากนี้ทีมด้าน AI ฝ่ายจีน ได้แก่ นายเหวินเซี่ยง จาง (Mr. WenXiong Zhang) ผู้อำนวยการบริษัท เซี่ยงไฮ้ โยวซิน เอ็ดดูเคชัน เทคโนโลยี จำกัด, นางเมิ่งชิง จาง (Mrs. Mengqing Zhang), และ อ้าย อี่ เสวียน (Ai Yi Xuan) จาก Yuguang Tongchen Technology รวมถึงที่ปรึกษาฝ่ายจีน ดร. เหลียง เพย์เหวิน (Dr. Liang Peiwen) ได้เข้าร่วมเสริมสร้างความร่วมมือ ในส่วนฝ่ายไทยนำโดยนายสุชาติ มาลาล้ำ ผู้อำนวยการ สถาบันปัญญาอัจฉริยะแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้บริหารหลักในการขับเคลื่อนพันธมิตรไทย-จีน
“นายสุชาติกล่าวอีกว่า สำหรับงานสัมมนานานาชาติ “นวัตกรรมการศึกษาอัจฉริยะด้วยปัญญาประดิษฐ์” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการศึกษา โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และการสอนในอนาคต ภายในงานมีการเปิดตัวผลงานและแพลตฟอร์ม AI ล่าสุดจากบริษัทชั้นนำอย่าง Yuguang Technology และ Digital Human Technology รวมถึงการนำเสนอจากผู้แทนทั้งสองประเทศ การประชุมปิดท้ายด้วยการเสวนาและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วมจากไทยและจีน.
ทั้งนี้เชื่อว่าหลายคนทราบว่า AI คืออะไร และไม่คาดว่าจะนำไปประกอบอาชีพได้จริงซึ่งศักยภาพของ AI นั้นกว้างมากไม่จำกัดการใช้งานเฉพาะแวดวงโฆษณาหรือมีเดียเท่านั้น ครอบคลุมได้หลากหลายวงการ ส.อ.ท. จะเดินหน้าต่อยอดต่อไปโดยได้คัดเลือกมาจากระดับต้นๆของจีนพร้อมกับกูรูด้าน AI ของไทยจากหลากหลายสาขา ซึ่งจะพบว่าในประเทศไทยยังพบว่ามีการเรียนรู้จากสื่อออนไลน์ด้วยตนเองส่งผลให้ไม่มีการยกระดับการพัฒนาความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ความรู้บางอย่างจึงไม่สามารถต่อยอดได้จริงจึงเป็นที่มาของการเปิด ส.อ.ท. ในวันนี้ ผู้ที่เข้ามาเรียนจะได้รับความรู้ รับวุฒิบัตรผ่านการรับรองทั้งจากสถาบันของจีนและไทย โดยผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน สามารถนำไปใช้ประกอบการทำงานได้อีกด้วย
“ส.อ.ท. จะนำเทคโนโลยี AI ไปเผยแพร่ให้ทุกสถาบันที่สนใจ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาโท มีเป้าหมายการแลกเปลี่ยนทั้งระดับนักเรียน นักศึกษา ครู-อาจารย์อีกด้วย ทั้งการแลกเปลี่ยนกับจีนและไทย ซึ่ง ส.อ.ท.จะมีการจัดตารางการร่วมแลกเปลี่ยนในเร็วๆนี้และยังมุ่งเน้นดำเนินการภายใต้กรอบความคิดเกี่ยวกับจริยธรรมและให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับประเทศไทยเพื่อให้ AI มาเสริมประสิทธิภาพให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนได้จริง งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือไทย-จีน แต่ยังเป็นการปูทางสู่การพัฒนาการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคต”
นอกจากนั่นยังมีการเปิดตัวศูนย์และสถาบันนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการผลักดันการศึกษาด้วยเทคโนโลยี AI ระหว่างไทยและจีน โดยศาสตราจารย์ ดร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ผู้ก่อตั้งและประธานคณะกรรมการอำนวยการ สถาบันปัญญาอัจฉริยะแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้จะเป็นรากฐานในการสร้างปัญญาอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและภูมิภาคอย่างยั่งยืนโดยงานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักวิชาการ หน่วยงานการศึกษา และผู้ประกอบการทั้งสองประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาระดับสากล


