การหมดอำนาจควบคุมตัว เพราะสิ้นสุดกรอบเวลาฝากขังต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ ป.วิอาญา กับผู้ต้องหาสำคัญ 3 คน ในคดีโกงสอบท้องถิ่น ประกอบด้วย ดร.วิน , น้องสาวของดร.วิน และ จ่าพิชิต ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมไทย
.
ที่สำคัญ คดีนี้มีเจ้าภาพ คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำให้กระทบภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช.และรัฐบาลอย่างร้ายแรง
.
ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามว่า ทำสำนวนอย่างไร ทำไมถึงส่งฟ้องไม่ทันเวลาตาม ป.วิอาญา (ผลัดละ 12 วัน ฝากขังศาลได้สูงสุด 7 ผลัด ผลัดละ 12 วัน รวม 84 วัน สำหรับคดีที่มีอัตราโทษสูง
.
ขณะที่ รัฐบาลเคยประกาศเอาจริงกับแก๊งโกงสอบ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงกับประกาศว่า “มาโกงบนหัวผม” แต่สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ จากตัวอย่างคดีนี้ ผู้ต้องหาเป็นอิสระ หมดอำนาจควบคุมตัว และไม่มีอำนาจตั้งเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศด้วย
.
ผลที่ตามมาคือ แม้การสอบสวน หรือไต่สวนของ ป.ป.ช. จะดำเนินต่อไปตามอายุความ แต่ผู้ต้องหาอาจจะหลบหนีก็ได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า ผู้ต้องหาบางคนในกลุ่มนี้ ถูกจับได้ระหว่างหลบหนีออกนอกประเทศ หลังเกิดคดีโกงสอบใหม่ๆ
.
รวมทั้งผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือทำลายหลักฐานสำคัญ ตลอดจนผู้ต้องหาอาจมีอันตราย เพราะขบวนการโกงเป็นขบวนการใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องมาก อาจมีการเช็คบิล ตัดตอน



